ห้ามนั่งท้ายรถกระบะ “คนไทย” จะทำได้เหรอ

กฎหมาย ห้ามนั่งท้ายรถกระบะ ที่ประกาศใช้วันที่ 5 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา มีเสียงวิพากษ์ วิจารณ์ กันเป็นวงกว้าง แต่ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย ทั้งๆ ข้อดีคือ ความปลอดภัย ในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ก็ตาม เพราะมันขัดกับวิถีชีวิตของคนไทยรวมทั้งตัวผมด้วย

ผมจึงอยากจะเล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่ผมเป็นเด็ก เด็กบ้านนอก ความเป็นอยู่ไม่ได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายมากเหมือนปัจจุบันนี้  ยิ่งพูดถึงเรื่อง การเดินทางไปไหนมาไหนแล้วหล่ะก็ ขอบอกเลยว่า ลำบากนะ

ห้ามนั่งท้ายรถกระบะ แล้วใครหล่ะจะเดือดร้อน


สมัยก่อนสัก 30 ปีที่แล้ว หากพูดถึงเรื่องรถกระบะ ใครที่สามารถซื้อได้ถือว่า คนนั้นรวยที่สุดในหมู่บ้านแล้วครับ หมู่บ้านผม ถ้าจำไม่ผิดน่าจะมีแต่ คันสองคัน ทุกคน ต้องหวังพึ่งพา อาศัยรถเขา ไปไหน มาไหน พร้อมกันหลายคน เช่น ไปตลาดที่อำเภอ ซึ่งห่างประมาณ 15 กิโลเมตร เพราะอะไรนะเหรอ หมู่บ้านผม ไม่มีรถโดยสารประจำทาง ถ้าจะนั่ง ต้องเดินเท้าประมาณ 5 กิโล

เมื่อก่อน ชาวบ้านใช้ชีวิตกันแบบนี้จริงๆ เพราะความยากจน ไม่มีปัญญาซื้อรถราคาแพงหรอกครับ แค่จะเหมารถไปทำธุระส่วนตัวยังไม่ได้เลย มีทางเดียวคือต้องไปพร้อมกันหลายๆ คน เพื่อลดค่าใช้จ่าย

ปัจจุบันนี้ ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ยังใช้ชีวิตไม่ต่างจากเดิมมากนัก ถึงแม้ว่าทุกวันนี้ ประเทศเจริญขึ้น คนอาจจะมีเงินซื้อรถ หรือรถซื้อได้ง่ายขึ้น แต่ก็ไม่ได้มีกันทุกบ้าน ซึ่งในช่วงเทศกาลสำคัญๆ คนส่วนใหญ่ที่มาทำงานในเมืองกรุง จะกลับบ้านเพื่อจบเจอญาติพี่น้อง เราจะเห็นคนแห่กันกลับบ้าน ขนข้าวของกลับบ้าน นั่งท้ายรถกระบะ จนชินตาทุกปี

ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ ก่อนหน้าจะมีรถเป็นของตัวเอง รู้ไหม เหตุผลหลักๆ ว่าทำไมต้องนั่งท้ายรถ คำตอบคือ ผมไม่มีเงินมากพอที่จะเดินทางด้วยวิธีอื่น และคิดว่ามันสะดวกทีสุดแล้วที่อาศัยไปกับรถญาติ เพราะ มันถึงบ้านเลยครับ ไม่ต้องต่อรถหลายทอด บางคนอาจมองว่า รถโดยสารก็มี รถไฟก็มี เครื่องบินก็จองล่วงหน้าได้ ถามว่า ช่วงเทศกาล มันพอไหมครับ เพราะวันหยุดมันก็มีจำกัด และกว่าจะเดินทางไปขึ้นรถไฟ รถทัวร์ เครื่องบิน ค่าใช้จ่ายมีไหม พอถึงแล้ว ก็ใช่ว่าจะถึงบ้านเลย ต้องต่อรถเข้าบ้านอีก

ไม่มีใครอยากจะนั่งท้ายรถกระบะหรอกครับ ถ้าไม่จำเป็น เพราะมันไม่ได้สบายเลย ต้องอัดกันไปยังกะปลากระป๋อง ต้องตากแดด ตากลม ลำบากนะครับ เดินทางช่วงเทศกาล อย่างบ้านผมนี่ ไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมงเลย ต้องนั่งอยู่บนกระบะ ขยับตัวยังยากเลย ทั้งของทั้งคน แต่ทำไงได้ ถึงจะไม่ปลอดภัย แต่มันจำเป็น

ถึงแม้ท่านจะผ่อนผันให้ช่วงสงกรานต์ แล้วถ้าผ่านเทศกาลไปแล้วหล่ะ จำทำยังไง คำถามมันก็ยังติดอยู่ในหัวผมอยู่ ไม่รู้ว่าทางออกจะเป็นยังไง

สุดท้าย อยากฝากท่านผู้ใหญ่บ้านเมืองช่วยถามชาวบ้านตาดำๆ หน่อยว่า เขาเดือดร้อนหรือเปล่า ถึงแม้วาจะอ้างว่ากฎหมายมีมาตั้งนานแล้ว ถามว่ากฎหมายที่มันมีมานาน มันอาจจะล้าสมัย น่าจะปรับให้มันเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน น่าจะดีกว่า ควรแก้ให้มันกระทบกับคนส่วนใหญ่ประเทศนะครับ ไม่เกี่ยวกับการเมืองใดๆ นะครับเพราะปกติผมก็ไม่ยุ่งอยู่แล้ว

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รองเท้าปลา รองเท้าแฟชั่น ที่กำลังฮิต เอ่อ มันฮิตจริงป่าวเนี๊ยะ

ชุดเครื่องนอนโตโต้ ลดราคาประจำปี

วิธีเชื่อมโดเมนกับ Google Cloud