เครื่องหมายวรรคตอน

วรรค คือ การเว้นระยะระหว่างคำ  ข้อความและประโยค  เพื่อชี้ให้เห็นชัดว่าต่างคำ  ต่างข้อความ และต่างประโยคกัน  แต่ก็ยังมีความเกี่ยวเนื่องกันภายในย่อหน้าเดียวกัน


ย่อหน้าหรือ  มหรรถสัญญา คือการย่อหน้าขึ้นบรรทัดใหม่  เมื่อจบใจความสำคัญหนึ่ง ๆ ย่อหน้าอาจใช้กับคำ  ข้อความ หรือประโยค  โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นหัวข้อที่ต้องการแสดงให้เห็นชัด  ย่อหน้ามีความจำเป็นสำหรับการเขียนทั่วไป  เมื่อจบใจความสำคัญหนึ่ง ๆ จะต้องย่อหน้าใหม่ทุกครั้ง  เพราะจะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจแจ่มแจ้งขึ้น


จุดลูกน้ำ  หรือ จุลภาค , ใช้คั่นคำ  ข้อความ  หรือจำนวนเลข ให้แยกจากกันเพื่อความเด่นชัด  แต่อย่างไรก็ดี  การใช้จุดลูกน้ำสำหรับแยกคำและข้อความยังไม่นิยมกัน  ส่วนมากมักใช้การเว้นวรรคแทน  ในหมู่สัตว์เล็ก ๆ เช่น  ผึ้ง, ต่อ, แตน  แต่ลำพังก็ไม่น่ากลัวอะไร  1,000  10,000  100,000


 ไปยาลน้อย ฯ


                ใช้ละคำที่ประกอบคำหน้า  และรู้จักกันทั่วไป


                กรุงเทพ ฯ             มาจาก    กรุงเทพมหานคร


                โปรดเกล้า ฯ         มาจาก    โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม


                อุบลฯ                     มาจาก    อุบลราชธานี


                อุดร ฯ                    มาจาก    อุดรธานี


ไปยาลใหญ่  ฯลฯ


                ใช้ละคำ  หรือข้อความส่วนใหญ่


                ละตอนท้าย อ่าน ละ และอื่น ๆ เช่น ในน้ำมีปลาช่อน ปลาดุก ปลาหมอ  ฯลฯ


                ละตอนกลาง  อ่าน ละถึง  เช่น  พยัญชนะไทยมี  44  ตัว  คือ  ก  ข  ฃ  ค  ง ฯลฯ  ฮ


                ใช้ละข้อความที่ไม่ต้องการให้อ่าน  เช่น  เขาด่าฉันอย่างหยาบคายว่า ไอ้.......


ไม้ยมก ๆ ไม้ยมก ๆ              ใช้เขียนแทนคำซ้ำหรือความซ้ำ


ก.        จะต้องเป็นคำชนิดเดียวกัน  หรือทำหน้าที่อย่างเดียวกัน


ข.        ถ้าเป็นคำต่างชนิดหรือต่างหน้าที่กัน ใช้ไม้ยมกไม่ได้


ค.        คำซ้ำที่เป็นคำมูล  คือ เป็นคำเดียวมาแต่เดิม  ใช้ไม้ยมกแทนไม่ได้


ง.        ไม่นิยมใช้ไม้ยมกในคำประพันธ์


อัญประกาศ “    ”  ใช้คร่อมข้อความที่เป็นคำพูด   ข้อความที่ยกมาจากที่อื่น  คำที่เป็นชื่อเฉพาะหรือที่ใช้เป็นการเฉพาะของผู้เขียน  เช่น


                คนขับรถยกมือไหว้แล้วพูดขึ้นว่า “ไม่ต้องหรอกครับพี่แก้ว  ผมสมัครเป็นลูกน้องสักคน  มีอะไรก็เรียกใช้นะครับ”


วงเล็บ หรือ  นขลิขิต (    )


                ใช้คร่อมคำหรือข้อความที่ขยายใจความของคำหรือข้อความข้างหน้าเช่น  สุนทรโวหาร (ภู่)  เมืองพิชัย (ปัจจุบันเป็นอำเภออยู่ในจังหวัดพิจิตร)


เส้นใต้  หรือ  สัญประกาศ                


 


ใช้ขีดคำหรือข้อความที่ต้องการเน้นเป็นพิเศษ  เช่น   พระร่วงในละครเรื่องนี้น่าจะหมายถึง  พ่อขุนศรีอินทราทิตย์  มากกว่าพ่อขุนรามคำแหง


เครื่องหมายคำถาม  หรือ  ปรัศนี


                ใช้ประกอบท้ายคำถาม  เช่น  บ้านของท่านขายเท่าไร ?


                                คุณจะไปไหนครับ ?


เครื่องหมาย  ตกใจ อัศเจรีย์ !


                ใช้ประกอบข้างท้ายคำอุทาน  และข้อความคล้ายคำอุทาน  ไม่ใช้ประกอบคำอุทานเสริมบท  เช่น โอ๊ย ! ใครก็ได้ช่วยที เอ๊ะ !  ใครมาหยิบขนมของฉันไป ว๊าย ! โผล่มาได้ไงเนี่ย โธ่เอ๊ย ! ใคร ๆ เขายิ่งเบื่อเธออยู่ด้วย


 เครื่องหมาย  เท่ากับ  หรือ  สมการ, สมพล  =


ใช้บอกความเท่ากัน  เช่น  1 + 2 =  3


จุด  หรือ  มหัพภาค  .


มีวิธีใช้ดังนี้


ก.ใช้กำกับหัวข้อ  เช่น  ก.     ข.            ค.  1.


ข.ใช้กำกับอักษรย่อ  เช่น  ก.ท.  พ.ศ.  ม.2


ค.ใช้แสดงทศนิยม  เช่น  10.50    26.35


ง.ใช้แสดงการจบประโยค (ไม่นิยมในภาษาไทย)


 ละ  หรือ  บุพสัญญา  ”


ใช้ละข้อความข้างบน  เช่น


เขามีเงินอยู่ 10  บาท


น้องมีเงินอยู่ 15     ”


ขีด  หรือ  ยติภังค์  -


ใช้เขียนท้ายพยางค์หน้าของคำ  เพื่อแสดงว่าเป็นคำเดียวกับพยางค์หลัง  หรือเขียนท้ายคำหน้าเพื่อแสดงว่าเป็นคำเดียวกับคำหลัง  เช่น เผยออัตถ์พจน์สุภา-            ษิตพร้อง


อัฒภาค  ;


ใช้คั่นข้อความที่เสมอกัน  หรือเป็นส่วนขยายประโยคอื่นด้วยกัน  ไม่นิยมใช้ในภาษาไทย


ขีด  -


เป็นเครื่องหมายวรรคตอนที่เกิดขึ้นใหม่  ต่างกับยติภังค์  ใช้ดังนี้




  1. ใช้หน้าหัวข้อที่ขึ้นบรรทัดใหม่  เช่น


ประโยชน์ของน้ำ


-ดื่ม


-อาบ




  1. ใช้แทนคำ  ถึง  หรือ  ระหว่าง  เช่น  1 – 2  อุบลฯ - สุรินทร์


Save

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รองเท้าปลา รองเท้าแฟชั่น ที่กำลังฮิต เอ่อ มันฮิตจริงป่าวเนี๊ยะ

ชุดเครื่องนอนโตโต้ ลดราคาประจำปี

วิธีเชื่อมโดเมนกับ Google Cloud