การใช้พจนานุกรม

การใช้พจนานุกรม

๑.         พจนานุกรม   มาจากคำว่า  “ พจน ”  แปลว่า  คำ  คำพูด   ถ้อยคำ  “ อนุกรม ”  แปลว่า  ลำดับ

๒.        พจนานุกรม   คือ   หนังสือสำหรับค้นความหมายของคำที่เรียงลำดับตามตัวอักษร

๓.        พจนานุกรมที่รัฐบาลกำหนดให้ใช้เป็นมาตรฐานในปัจจุบัน คือ  พจนานุกรม  ฉบับราชบัณฑิตยสถาน  พ.ศ. ๒๕๒๔

๔.        พจนานุกรม   ฉบับราชบัณฑิตยสถาน   บอกการเขียนสะกดการันต์   เสียงอ่านความหมายของคำ  ประวัติที่มาของคำ

๕.        วิธีเลียงลำดับคำในพจนานุกรม  ฉบับราชบัณฑิตยสถาน  พ.ศ.  ๒๕๒๕   จะเรียงตามลำดับตัวอักษรมิได้เรียงลำดับตามเสียงอ่าน   ซึ่งมีหลักดังนี้

๕.๑     การเรียงพยัญชนะ  คือการเรียงลำดับโดยยึดพยัญชนะตัวแรกเป็นหลักโดยเรียงลำดังนี้

ก          ข          ฃ         ฅ          ค          ฆ         ง

จ          ฉ          ช          ซ         ฌ         ญ

ฎ          ฏ          ฐ          ฑ         ฒ         ณ

ด          ต          ถ          ท         ธ          น

บ         ป         ผ          ฝ          พ         ฟ         ภ          ม

ย          ร          ฤ          ฤา        ล          ฦ          ฦา        ว          ศ          ษ         ส

ห        ฬ         อ          ฮ

๕.๒    การเรียงสระ  สระนั้นไม่ได้ลำดับไว้ตามเสียง   ลำดับไว้ตามรู้สระ    แม้รูปสระที่ประสมกัน   หลายรูป   ก็จัดเรียงลำดับรูปสระที่อยู่ก่อน   และหลังตามลำดับนี้

ะ                                                                      เ      ( เสือ )

  ( กัน )                                                                        เ    ะ  ( เกือะ )

 ะ ( ผัวะ )                                 เ                                   แ

า                                  เ   ะ  ( เกะ )                  แ  ะ   ( แพะ )

ำำำ                                 เ   า   ( เขา )                  โ

                                    เ    าะ  ( เจาะ )             โ   ะ   ( โป๊ะ )

                                    เ       ( เกิน )                 ใ

                                    เ      ( เสีย )                   ไ

                                    เ      ะ  ( เดียะ )

ส่วนตัว   อ   ว   ย   ลำดับอยู่ในพยัญชนะเสมอ

๖.         ข้อสังเกตเรื่องการลำดับคำ  ในพจนานุกรม  ฉบับราชบัณฑิตยสถาน  พ.ศ.  ๒๕๒๕  มีดังนี้                        ๖.๑      ฤ    ฤา   ตามหลัง  ร

๖.๒     คำในพจนานุกรมไม่เรียงตามเสียงอ่าน   แต่เรียงลำดับตามรูปพยัญชนะ   ดังนั้นถ้าจะค้นหาคำว่า  หญิง  เหมา   ก็จะต้องไปค้นในหมวดตัวอักษร  ห  และถ้าค้นคำว่า   ทรัพย์  ก็ต้องไปค้นในหมวดตัวอักษร  ท

๖.๓      คำที่อยู่ในหมวดอักษรเดียวกัน   จะเรียงลำดับตามรูปพยัญชนะตัวถัดไปของคำไม่ว่าพยัญชนะตัวถัดไปจะเป็นตัวสะกด  อักษรควบกล้ำ   หรืออักษรที่ตามอักษรนำ  เช่น  กด ( ด   เป็นตัวสะกด )

มาก่อน  กบ  เพราะ   ด  มาก่อน   บ  กบ   กลบ  ( ล  เป็นส่วนหนึ่งของอักษรควบกล้ำ )

๖.๔      คำที่ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะและตามด้วยสระจะมาหลังคำที่ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะและตามตัวพยัญชนะเช่น    กระ   จะมาหลัง    กร่อย   และ  คำ   จะมาหลังคำว่า  คอ  เป็นต้น

๖.๕     เนื่องจากสระเรียงไว้ตามรูป  (  ตามข้อ  ๕.๒  )     ฉะนั้น   การเรียงลำดับคำจึงเป็นไปตามลำดับสระดังกล่าวด้วยเช่นกัน  เช่น

กัน       มาก่อน                 กา       เพราะ                           มาก่อน      สระ   - า

กาว      มาก่อน                 กำ   เพราะ        - ำ      มาก่อน       เ – า

เกิน      มาก่อน               แกน  เพราะ         เ – ิ       มาก่อน       แ –

๖.๖      การเรียงลำดับที่เป็นนามย่อยพจนานุกรม   ฉบับราชบัณฑิตยสถานจะเรียงนามย่อยไว้ตามหมวดตัวอักษร   เช่น   กระจอก   เป็นนามย่อยของนก    แต่จะไม่จัดไว้ใต้คำ   นก   จัดไว้ในพวก   กระ

๖.๗     คำบางคำที่เป็นอนุพจน์   หรือลูกคำ   กระจกเว้า    กระจกตา   กระจกนูน

๗.        การออกเสียงอ่านในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน  มีวิธีการดังนี้คือ

๗.๑     จะเขียนบอกเสียงอ่านไว้หลังคำนั้น ๆ   ในเครื่องหมาย […….]

๗.๒    คำที่ใช้คำสะกดได้หลายตัวในแม่สะกดหนึ่ง  ๆ  ให้ออกเสียงเหมือนตัวแม่นั้น  ๆ   เช่น  ญ   ณ  ร  ล  ฬ   สะกดอ่านเหมือน  น   สะกด

๗.๓     ตัว   ห    ซึ่งเป็นตัวนำและไม่ออกเสียง   ใช้พินทุจุดไว้ใต้ตัว    ห    เช่น

เหลา [ เหลา ]

๗.๔     อักษรกล้ำ   บอกเสียงอ่านโดยใช้พินทุจุดไว้ใต้พยัญชนะตัวหน้า   เช่น  ขวนขวาย

[ ขวนขวาย ] ปรัชญา [ ปรัดยา ]

๗.๕     คำที่มีปัญหาในการอ่าน    ก็ได้บอกเสียงอ่านไว้ทั้งแม่คำและลูกคำ   แม่คำว่ากล   -  ได้บอกเสียงอ่านกำกับไว้ในลูกด้วย   เช่น  กลไก  [ กนไก ]  กลฉ้อฉล [ กน - ]

๘.        การบอกความหมายของคำในพจนานุกรม   ฉบับราชบัณฑิตยสถาน   มีวิธีการดังนี้   คือจะบอกเสียงอ่านไว้หลังคำนั้น   ๆ   ถ้าเป็นคำที่มีความหมายหลายความหมาย   โดยปรกติจะเรียงความหมายที่ใช้กันเสมอไว้ก่อน   เช่น

ขัน   ๑             น.    ภาชนะสำหรับตักหรือใส่

ขัน   ๒                        ก.    ทำให้ติดหรือให้แน่นด้วยวิธีหมุนกวดเร่งเข้าไป

ขัน   ๓             ก.    อาการร้องเป็นเสียงอย่างหนึ่งของไก่หรือนกบางชนิด

ขัน    ๔                        ว.    น่าหัวเราะ     ชวนหัวเราะ

๙.         อักษรย่อในพจนานุกรม   ฉบับราชบัณฑิตยสถาน  มีหลักการใช้ดังนี้

ในพจนานุกรมจะบอกชนิดของคำตามหลักไวยากรณ์โดยใช้ตัวอักษรตัวจิ๋วและบอกลักษณะของคำที่ใช้เฉพาะเป็นอักษรในวงเล็บ    ดังนี้

๙.๑      อักษรหน้าบทนิยาม    บอกชนิดของคำตามหลักไวยากรณ์

น.     = นาม                             บ.      =            บุพบท

ส.     =    สรรพนาม              สัน.    =           สันธาน

ก.     =    กริยา                       อ.       =   อุทาน

ว.     =    วิเศษณ์    ( คุณศัพท์หรือกริยาวิเศษณ์ )

๙.๒     อักษรย่อในวงเล็บหน้าบทนิยาม   บอกลักษณะของคำที่ใช้เฉพาะแห่ง   คือ

( กฎ )               คือคำที่ใช้ในกฎหมาย

( กลอน )                      คือคำที่ใช้ในบทร้อยกรอง

( คณิต )                       คือคำที่ใช้ในคณิตศาสตร์

( ถิ่น )              คือคำที่ใช้เฉพาะท้องถิ่น

( แบบ )                        คือคำที่ใช้เฉพาะในหนังสือ

( โบ )               คือคำโบราณ

( ปาก )             คือคำที่เป็นภาษาปาก

( ราชา )                        คือคำที่ใช้ในราชาศัพท์

( ไว )               คือคำไวยากรณ์

( สำ )               คือคำที่เป็นสำนวน

( อุตุ )               คือคำที่ใช้ในอุตุนิยมวิทยา

ตัวอย่าง                       จรวัก  ( จะระหวัก  น.  ตวัก  (  หมายความว่า  จรวัก   ใช้ในบทร้อยกรอง  )

จอก  ( โบ )   น.    กระจอก   (  หมายความว่า   จอก   เป็นคำโบราณ )

จ่อย   ( ถิ่น  -  อีสาน )    ผอม  ( หมายความว่า  จ่อย   เป็นคำในภาษาถิ่น )

๙.๓      อักษรย่อในวงเล็บท้ายบทนิยาม   บอกภาษาที่มาของคำ   เช่น

( ข. )    =          เขมร                ( ต. )    =          ตะเลง

( ล. )    =          ละติน              ( จ. )    =          จีน

( บ. )    =          เบงคอลี                       ( ส. )    =          สันสกฤต

( ช. )    =          ชวา                  ( ป. )    =          บาลี

( อ. )    =          อังกฤษ                        ( ญ. )   =          ญวน

( ฝ. )    =          ฝรั่งเศส                        ( ฮ. )    =          ฮินดี

( ญิ. )   =          ญี่ปุ่น               ( ม. )    =          มลายู

ตัวอย่าง                       ซ่าโบะ     น.   ผ้าห่ม  ( ช. )

ซุป  ( น. )   อาหารชนิดหนึ่ง    ต้มด้วยเนื้อสัตว์หรือผัก ……   ( อ.  Soup )

ซวย  ( ปาก )  ว. เคราะห์ร้าย   อับโชค  ( จ. )

๑๐.      การบอกประวัติของคำในพจนานุกรม  ฉบับราชบัณฑิตยสถาน  พ.ศ. ๒๕๒๕

พจนานุกรม    ฉบับราชบัณฑิตยสถานได้บอกประวัติของคำไว้ท้ายคำนั้น  ๆ    โดยเขียนไว้ในวงเล็บ

เป็นอักษรย่อพิมพ์ด้วยตัวธรรมดาคำที่เป็นภาษาไทยกับคำที่ยังไม่ทราบแน่ว่าเป็นภาษาอะไรไม่ได้บอกประวัติไว้เช่น

สุรา      น.                    เหล้า  (  ป.   ส.  )

กงสี     น.                    ของกลาง     ( จ. )

สุหร่าย น.                    เครื่องโปรยน้ำให้เป็นฝอยอย่างบัว  (  เปอร์เซีย  =    surahi )

ปรัง     น.                    นาทีต้องทำนอกฤดูทำนา    (  ข.   ปรัง    ว่า   ฤดูแล้ง  )

๑๑.      สรุปหลักเกณฑ์การค้นหาความหมายของคำในพจนานุกรม   ฉบับราชบัณฑิตยสถาน  พ.ศ.  ๒๕๒๕   ดังนี้

๑๑.๑    สังเกตพยัญชนะตัวหน้า   ( พยัญชนะต้น )   ว่าตัวใดมาก่อนหลัง  เช่น  ซ  ศ  มาก่อน   ส

๑๑.๒   ถ้าเป็นอักษรควบ   หรืออักษรนำซึ่งตัวหน้าเป็นตัวเดียวให้สังเกตตัวที่  ๒  เช่น  คร  มาก่อน   ปร    มา   ก่อน  ปล

๑๑.๓   คำที่ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ   ตามด้วยพยัญชนะ  มาก่อนคำที่ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะตามด้วยสระ   เช่น   ควร    มาก่อน   คะนึง

๑๑.๔   ถ้าเป็นคำที่มีตัวสะกด สังเกตตัวสะกดว่าตัวใดมาก่อน  -  หลัง   เช่น  คน  มาก่อน   คม  เพราะ   น  มาก่อน  ม

๑๑.๕   สังเกตอักษรย่อ    บอกชนิด  และหน้าที่ของคำนั้น

๑๑.๖    สังเกตหน้าที่และตำแหน่งของคำนั้นในประโยค

๑๑.๗   พิจารณาความหมายแต่ละชนิด   และหน้าที่ของคำนั้นว่าความหมายใดตรงกับความหมายในประโยคและความหมายอื่น  ๆ    เพื่อที่จะนำไปใช้ประโยชน์ในโอกาสต่อไป

๑๒.     ประโยชน์ของพจนานุกรม    ดังนี้

๑๒.๑   ใช้ในการตรวจสอบการเขียน    อ่านให้ถูกต้องตามหลักอักขรวิธี

๑๒.๒  ใช้ในการค้นหาความหมายของคำศัพท์   ประวัติและที่มาของคำนั้น  ๆ

๑๒.๓  ใช้ในการสังเกตชนิดของคำตามหลักไวยากรณ์

๑๒.๔  ใช้เป็นแม่บทในการพิจารณาหลักเกณฑ์ของภาษา

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รองเท้าปลา รองเท้าแฟชั่น ที่กำลังฮิต เอ่อ มันฮิตจริงป่าวเนี๊ยะ

ชุดเครื่องนอนโตโต้ ลดราคาประจำปี

วิธีเชื่อมโดเมนกับ Google Cloud