เตรียมดึงเข้าเครดิตบูโร-คาดเริ่มใช้ส.ค.นี้ คลังบีบนักศึกษาใช้หนี้กยศ.-กรอ.

กยศ

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง ในฐานะกำกับดูแล กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า ได้หารือร่วมกับผู้บริหารกยศ.เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมอบหมายให้ไปเร่งจัดทำแผนที่จะกระตุ้นให้นักเรียนนักศึกษาจ่ายหนี้คืน แนวทางที่มองไว้มี 2-3 แนวทาง ประกอบด้วย การนำรายชื่อผู้ที่กู้ กยศ. และกองทุนเงินกู้เพื่อการศึกษาที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) ทั้งรายใหม่และรายเก่าไปอยู่ในระบบของศูนย์ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) หากผู้ที่จบไปแล้วแต่ไม่มีงานทำจะช่วยหางานให้ในลักษณะพี่ช่วยน้องและนำไปผูกไว้กับกองทุนตั้งตัวได้ให้กู้เงินมาประกอบอาชีพ

ทั้งนี้ จะนำแผนทั้งหมดเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกรอ.และกยศ.ที่มีนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานในวันที่ 25 ก.ค. หากที่ประชุมเห็นด้วยจะเริ่มใช้ทันทีในเดือนส.ค.นี้ โดยในส่วนของเครดิตบูโรจะเริ่มใช้กับผู้กู้รายใหม่ปีการศึกษา 2557 ที่จะให้ผู้กู้เซ็นยินยอมให้ส่งข้อมูลไปยังเครดิตบูโรพร้อมกับสัญญาเงินกู้ ส่วนผู้กู้รายเก่าจะให้เวลาปรับตัว 5 ปีจึงจะเข้าระบบเครดิตบูโร ซึ่งตรงนี้จะเป็นการกระตุ้นให้ผู้กู้รายเก่าที่ไม่ยอมใช้หนี้กลับใจมาใช้หนี้ และถ้าผู้กู้ใช้หนี้ตามปกติทุกปียิ่งเป็นการดีกับผู้กู้เองเพราะจะช่วยเสริมเครดิตในการไปขอสินเชื่อ

นายทนุศักดิ์กล่าวว่า ปัญหาใหญ่ของกยศ.ในขณะนี้คือ ผู้กู้รายเก่าไม่ยอมใช้หนี้ มีสัดส่วนถึง 48% ในปีล่าสุดมียอดครบกำหนดชำระ 5 หมื่นล้านบาท พบว่าไม่มาชำระถึง 2 หมื่นล้านบาท ทำให้กยศ.ขาดเงินที่จะนำไปปล่อยกู้ต่อให้กับนักเรียน นักศึกษารายใหม่ และต้องของบประมาณในจำนวนที่สูงขึ้น โดยให้ปีงบประมาณ 2557 ถูกตัด 5,500 ล้านบาท จากที่ขอไป 2.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะสามารถปล่อยกู้ รายใหม่ได้เพียง 3.5 หมื่นราย จากแผนเดิมจะปล่อยกู้ปีนี้ 2.3 แสนราย

ทั้งนี้ ในปัจจุบันกองทุนปล่อยกู้นักเรียน นักศึกษาไปแล้ว 8-9 แสนราย คิดเป็นเงินที่ปล่อยกู้ไป 4 แสนล้านบาท โดยในแต่ละปีจะมีการเข้าออกกองทุนประมาณ 2 แสนราย ขณะนี้พยายามหาแนวทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งวางระบบการใช้หนี้ของผู้กู้เพราะจะได้นำข้อมูลนี้ไปชี้แจงต่อสำนัก งบประมาณ หากมีเหตุผลที่ดีอาจไม่ถูกตัดงบประมาณ 5,500 ล้านบาท และจะได้ไม่มีปัญหาต่อการปล่อยกู้ในปี การศึกษาหน้า

"จากการสำรวจพบว่านักศึกษาที่กู้ยืมเงินมีความสามารถในการผ่อนชำระแต่ไม่ยอมมาใช้หนี้ถึง 70% อีก 30% ไม่มีงานทำ จริงๆ ไม่อยากทำอะไรที่รุนแรง อย่างการฟ้องร้อง หรือเข้าระบบเครดิตบูโร แต่เด็กที่กู้ยืมเงินไม่ยอมมาใช้หนี้ในจำนวนที่สูงมากๆ จะมีผลกระทบต่อรุ่นน้องที่จะกู้ใน รุ่นต่อๆ ไป" นายทนุศักดิ์กล่าว

ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด

ความคิดเห็น

  1. กู้เขามาเรียนก็ต้องใช้หนี้นะครับ น้องๆ จะได้มีเงินเรียนต่อ

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รองเท้าปลา รองเท้าแฟชั่น ที่กำลังฮิต เอ่อ มันฮิตจริงป่าวเนี๊ยะ

ชุดเครื่องนอนโตโต้ ลดราคาประจำปี

วิธีเชื่อมโดเมนกับ Google Cloud